เกี่ยวกับเรา

สกุลวงศ์เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย)

"แม้เป็นที่ยืนยันว่าเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มิได้เป็นบุตรของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) แต่โดยหลักฐานทางราชการลงไว้ว่า เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เป็นบุตรของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) เมื่อ นายพลโท พระยาวรเดชศักดาวุธ (นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร)) ซึ่งเป็นเชื้อสายเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ได้รับพระราชทานนามสกุล "ณ นคร" ในสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ จึงมีหมายเหตุเอาไว้ในทะเบียนพระราชทานนามสกุลว่า สำหรับสกุลเจ้าพระยานครศรีธรรมราช *** ในทางราชการ *** ถือว่าเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) เป็นต้นสกุล ณ นคร" ... อ้างอิงจาก : หนังสือ "สกุลเชื้อสายเจ้าพระยานคร" พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพคุณนับ ณ นคร โดย คุณประวีณ ณ นคร อดีตเลขาธิการ ก.พ. เป็นผู้รวบรวม

ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชทานนามสกุลให้ผู้สืบเชื้อสายจากเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) (ท่านบิดาอุปถัมภ์ของเจ้าพระยานคร (น้อย)) และเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) หรือพระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) ในสมัยกรุงธนบุรี (คุณตาของเจ้าพระยานคร (น้อย)) ว่า "ณ นคร"

*** แต่เฉพาะสายเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ลงมาเท่านั้นที่เป็นเชื้อสายสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ***  ต่อมาเจ้าพระยาพลเทพ (เฉลิม) ผู้สืบเชื้อสายจากเจ้าพระยามหาศิริธรรม (น้อยใหญ่) บุตรคนโตเจ้าพระยานคร (น้อย) ได้รับพระราชทานนามสกุล "โกมารกุล ณ นคร" และพระศรีทิพโภชน์ (ใหญ่) ผู้สืบเชื้อสาย จากพระยาเสน่หามนตรี (น้อยเอียด) บุตรคนเล็กเจ้าพระยานคร (น้อย) ได้รับพระราชทานนามสกุล "จาตุรงคกุล" สกุลทั้งสองแม้แยกสายออกไปก็เป็นญาติกันและถือว่าสืบสายโลหิตมาจากเจ้าพระยานคร (น้อย) พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีและเจ้าจอมมารดาปรางด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ... อ้างอิงจาก : บทความเกี่ยวกับสกุล ณ นคร ของศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิษณุ เครืองาม ในคอลัมน์ "คุยเรื่องประเทศไทยกับ วิษณุ เครืองาม" ทางหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ที่มาของนามสกุล ณ นคร

เมื่อล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้น เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๕๕ นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) เสนาบดีกระทรวงกลาโหม (ขณะเป็นนายพลโท พระยาวรเดชศักดาวุธ ดำรงตำแหน่งปลัดทูลฉลองกระทรวงกลาโหม) ได้ทำหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ขอพระราชทานนามสกุล ดังนี้
กรุงเทพฯ วันที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๖
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า นายพลโท พระยาวรเดชศักดาวุธ ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส กราบถวายบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระราชอาญาไม่พ้นเกล้า
ด้วยตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้นแล้ว ข้าพระพุทธเจ้ายึดถือว่าเป็นสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งแห่งความสวัสดิมงคลและความเป็นไปตลอดกาลภายหน้า ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระมหากรุณาขอรับพระราชทานชื่อสกุลสำหรับข้าพระพุทธเจ้า เพื่อความสวัสดิมงคลและเป็นเกียรติแก่ข้าพระพุทธเจ้าตลอดวงศ์สกุลสืบไป
ตามที่ข้าพระพุทธเจ้ากราบถวายบังคมทูลรบกวนฉะนี้พระอาญาไม่พ้นเกล้า ขอพระมหากรุณาธิคุณเป็นที่พึ่ง
ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายพลโท พระยาวรเดชศักดาวุธ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะนั้นประทับสำราญพระอิริยาบถอยู่ ณ อ่างศิลา ได้ทราบ พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชสาส์นโสภณ ราชเลขานุการในพระองค์ เชิญลายพระหัตถ์ขนานนามสกุล เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๕๖ ตามสำเนาพระราชหัตถเลขาดังต่อไปนี้
วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๕๖
ถึง พระยาวรเดชศักดาวุธ (แย้ม)
จดหมายของเจ้ามีมาขอนามสกุลของเจ้านั้นได้รับแล้ว เรื่องนามสกุลของเจ้าข้าได้นึกอยู่แต่ก่อนได้รับจดหมายเจ้าแล้วว่า ถ้าขอให้ตั้งจะให้นามอะไร ข้าไตร่ตรองดูแล้ว เห็นว่าสกุลขอเจ้าได้ดิบได้ดีและมีชื่อเสียงขึ้นที่นครศรีธรรมราช ซึ่งคนโดยมากมักเรียกว่าเมืองนคร เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่ทั่วกันแล้ว และส่วนสกุลพวกเจ้าพระยานครก็มักเรียกกันอยู่แล้วว่าแส้นคร ข้าจึงเห็นนามสกุลของเจ้าก็ควรจะให้คำว่านครปรากฏอยู่ เพื่อเป็นเกียรติยศปรากฏสืบไป
เพราะฉะนั้นข้าขอให้นามสกุลของเจ้าว่า "ณ นคร" (เขียนเป็นตัวอักษรโรมันว่า "na Nagara") ตัว "ณ" นั้นมุ่งความว่าสกุลนี้ได้เป็นของเมืองนคร เทียบกับอย่างฝรั่งขุนนาง ที่เขาใช้นามสกุลตามตำบลมักใช้มีคำว่า "de" นำหน้า นามเมืองหรือตำบล คำว่า "de" นั้น เห็นเคยแปลกันมาแล้วว่า "แห่ง" แต่คำว่าแห่ง เสียงงุ่มง่ามไม่เข้าที ข้าจึงให้ "ณ" แทน เช่น ให้นามสกุลของพระยาเทพทวารวดีข้าก็ได้ให้ว่า "ณ มหาไชย" มารายหนึ่งแล้ว มาถึงนามสกุลของเจ้า จึงเห็นควร "ณ" ผสมกับ "นคร" เห็นว่าดูเป็นมงคลนามดี
ขอให้นามสกุล ณ นคร มีความเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงอยู่ในกรุงสยามนี้ชั่วกัลปาวสาน
วชิราวุธ ปร.

ที่มาของนามสกุล โกมารกุล ณ นคร

ที่มาของนามสกุล จาตุรงคกุล

บรรพบุรุษต้นสกุลของ ณ นคร, โกมารกุล ณ นคร และจาตุรงคกุล อยู่ที่ *นครศรีธรรมราช*

สถานที่แห่งนี้ คือ หอพระอัฐิ และอัฐิบรรพชน สกุล ณ นคร, โกมารกุล ณ นคร และจาตุรงคกุล บรรพบุรุษต้นสกุลของเราอยู่ที่นี่ การได้มากราบไหว้แสดงความความกตัญญูกตเวทีด้วยการเคารพบูชาเพียงปีละครั้ง ถือเป็นมงคลยิ่งใหญ่แก่เราลูกหลาน ซึ่งทางมูลนิธิสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ ได้จัดพิธีทำบุญใหญ่ขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันเสาร์แรกของเดือนเมษายน ณ หอพระอัฐิ และอัฐิบรรพชน ด้านหลังหอพระพุทธสิหิงค์ ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช และสถานที่สำคัญๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสกุลอีกหลายแห่ง ดังนั้น จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราลูกหลานในสกุล ณ นคร, โกมารกุล ณ นคร และจาตุรงคกุล จะได้มาร่วมกัน เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพชน ซึ่งถือเป็นความอบอุ่นใจและความภาคภูมิใจของเราลูกหลานสืบไป

พระอัฐิและอัฐิ ที่พระปรางค์องค์กลางบรรจุพระอัฐิและอัฐิของ

(๑) เจ้าจอมมารดานุ้ยใหญ่ ในรัชกาลที่ ๑ ธิดาเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) เป็นพระชนนีสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพ
(๒) สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพ (พระองค์เจ้าอรุโณทัย) กรมพระราชวังบวร (วังหน้า) ในรัชกาลที่ ๓
(๓) เจ้าจอมมารดานุ้ยเล็ก ในกรมพระราชวังบวร รัชกาลที่ ๑ ธิดาเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) เป็นเจ้าจอมมารดาพระองค์เจ้าหญิงปัทมราช
(๔) พระเจ้าวรวงศ์เธอชั้น ๑ พระองค์เจ้าหญิงปัทมราช พระธิดากรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ในรัชกาลที่ ๑
(๕) เจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ ในรัชกาลที่ ๓ ธิดาเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช (น้อย) เป็นเจ้าจอมมารดาพระองค์เจ้าชายเฉลิมวงศ์
(๖) พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าเฉลิมวงศ์ ในรัชกาลที่ ๓

อัฐิ ที่พระปรางค์องค์ขวา (หันหน้าออก) บรรจุอัฐิของ

(๑) เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์) จางวางเมืองนครศรีธรรมราช เป็นต้นสกุล ณ นคร
(๒) คุณชี พี่สาวเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์)
(๓) เจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช (น้อย) สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราช
(๔) ท่านผู้หญิงอิน ศรีธรรมาโศกราช เป็นธิดาพระยาพินาศอัคนี ราชินีกุลสาย ณ บางช้าง ภริยา เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย)
(๕) เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง) สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราช
(๖) ท่านผู้หญิง ม.ร.ว.หญิง หรือ ม.ร.ว.หญิงดาวเรือง นครศรีธรรมราช ธิดาหม่อมเจ้าจันทร์ พระโอรสเจ้าฟ้ากรมหลวงนรินทร์รณเรศร์ (สายสกุล นรินทรางกูร ณ อยุธยา) ภริยา เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง)

อัฐิ ที่พระปรางค์องค์ซ้าย (หันหน้าออก) บรรจุอัฐิของ

(๑) เจ้าพระยามหาศิริธรรม (น้อยใหญ่) ผู้รักษากรุงเก่า บุตรเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช (น้อย) ผู้เป็นต้นสกุล โกมารกุล ณ นคร
(๒) พระยาเสน่หามนตรี (น้อยเอียด) บุตรเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราช (น้อย) ผู้เป็นต้นสกุล จาตุรงคกุล
(๓) เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) จางวางเมืองนครศรีธรรมราช บุตรเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง)
(๔) พระยาบริรักษ์ภูเบศร์ (เอี่ยม) บุตรเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง)
(๕) พระศิริธรรมบริรักษ์ (ถัด) บุตรเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง)
(๖) เจ้าจอมอิ่ม ในรัชกาลที่ ๔ ธิดาเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง)

และอัฐิ อีก 2 ช่อง ระหว่างพระปรางค์องค์กลาง (หันหน้าออกจากขาวไปซ้าย) บรรจุอัฐิของ

(๑) นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) เสนาบดีกระทรวงกลาโหม รัชกาลที่ ๖ ที่ ๗ บุตรเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม ณ นคร) และท่านนิ่ม
(๒) ท่านกลาง ณ นคร ธิดาเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง) คุณอาหญิงของ พลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร)

คุณูปการของสกุล ณ นคร ต่อเมืองนครศรีธรรมราช

ในที่นี้ขอกล่าวถึงคุณูปการของสกุล ณ นคร ต่อเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงชีวิตของ นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) จนถึงปัจจุบัน พอสังเขป เพื่อเป็นอนุสติแก่คนในสกุล ณ นคร และประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า สกุล ณ นคร มีคุณูปการต่อเมืองนครศรีธรรมราชนับเนื่องมาอย่างไร
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้สกุล ณ นคร จะมิได้ดำรงอยู่ในฐานะเจ้าเมืองเหมือนก่อน แต่ผู้คนในสกุล ณ นคร ก็ยังคงมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์ ส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาเมืองนครศรีธรรมราชให้มีความเจริญก้าวหน้าในรูปลักษณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่องเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นการสนองงานราชการ การทำนุบำรุงพระศาสนา การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม สาธารณสุข และสาธารณประโยชน์อื่นๆ ดังเช่น

นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) บุตร เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) เจ้าเมืองนครฯ คนที่ ๕ เจ้าเมืองคนสุดท้ายแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ท่านเป็นบุคคลตัวอย่างที่มีแบบฉบับในการทำงานที่ดีเด่นผู้หนึ่ง ตลอดระยะเวลารับราชการอันยาวนานของท่านทั้ง ๓ รัชกาล (รัชกาลที่ ๕, ๖ และ ๗) ไม่เคยปรากฏว่ามีความด่างพร้อยหรือบกพร่องในหน้าที่การงานเลย
การทำงานของท่านแต่ละครั้ง จะต้องมีแผนงานอย่างละเอียดลออ จนได้รับคำชมเชยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเจ้านายชั้นผู้ใหญ่อยู่เสมอมาเช่นเมื่อคราวเป็นหัวหน้าคณะนายทหารไปตรวจการ ณ มณฑลพายัพ ได้ถวายรายงานเข้ามายังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กระทั่งพระองค์มีพระราชดำรัสว่า
"พระสุรเดชผู้นี้นับว่าเป็นช้างเผือกในหมู่ทหารคนหนึ่ง แซ่เจ้าพระยานครจะไม่สูญ"
พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ได้สรรเสริญท่านในคำไว้อาลัยของหนังสืออนุสรณ์ที่พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพของท่านว่า
"ท่านอยู่ในราชการเป็นเวลานานไม่เคยมีข้อเสียหายประการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นด้วยพลั้งเผลอ หรือไม่รู้ หรือทุจริต"
นอกจากการปฏิบัติตนของท่านจะสร้างเกียรติยศชื่อเสียงแก่ชาวนครศรีธรรมราชโดยส่วนรวมให้เป็นที่ประจักษ์ดังที่กล่าวมาแล้ว ท่านยังได้ทำนุบำรุงพระศาสนาด้วยการสร้างศาสนสถาน ศาลาการเปรียญในวัดมเหยงคณ์ เป็นต้น นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ท่านสง่างาม และเป็นผู้ใหญ่ในวงศ์ตระกูล เป็นที่พึ่ง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของวงญาติและสายสัมพันธ์ ที่ต่างพากันยึดถือท่านเป็นแบบอย่างนับเนื่องมา โดยเฉพาะการสร้างสรรค์สาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลแก่จังหวัดนครศรีธรรมราช

คุณพร้อม ณ นคร ผู้เป็นหลานของ นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร)

คุณพร้อม ณ นคร ท่านได้สืบทอดเจตนารมณ์ในเรื่องการบำเพ็ญตนให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองจาก นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ในฐานะประธานมูลนิธิสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ ท่านแรก ยังผลให้เกิดคุณูประโยชน์อย่างไพศาลแก่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งพอประมวลคุณูปการของท่านได้ ดังนี้
เจริญรอยตามบรรพชน การใดที่ต้นสกุลโดยเฉพาะในยุคที่ท่านกลาง  ซึ่งเป็นคุณอาหญิงของ นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ได้กระทำไว้ด้วยกุศลเจตนา คุณพร้อมจะเจริญรอยตามอย่างใส่ใจ เช่น ท่านกลางได้เคยอุปถัมภ์ค้ำชูโรงเรียนอนุบาลจังหวัดนครศรีธรรมราช (ณ นคร อุทิศ) ท่านกลาง และนายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ได้เคยทำนุบำรุงวัดมเหยงคณ์ และวัดสวนป่านไว้อย่างไร คุณพร้อมก็รับนำมาเป็นธุระทำหน้าที่อุปถัมภ์ค้ำชู และทำนุบำรุงสืบต่อมาอย่างนั้น เป็นต้น
การขยายกุศลเจตนาของบรรพชนให้แผ่ไพศาลยิ่งขึ้น คุณพร้อม ณ นคร ได้ทำหน้าที่แทนบรรพชนสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ ในการสร้างสรรค์ ส่งเสริม พัฒนาเมืองนครศรีธรรมราช ร่วมกับส่วนราชการ คณะสงฆ์ องค์กรเอกชน มูลนิธิ สมาคม ชมรม และสโมสรต่างๆ ในหลายรูปลักษณ์ เช่น การทำนุบำรุงพระศาสนา การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม สาธารณสุข และสาธารณกุศลอื่นๆ กล่าวคือ
๑. การทำนุบำรุงพระศาสนา คนในสกุล ณ นคร ได้มีส่วนสำคัญในการทำนุบำรุงพระศาสนาในกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลาย เช่น การบริจาคทรัพย์สิน เพื่อก่อสร้างศาสนวัตถุ ศาสนสถาน เพื่อใช้จ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภค ค่าศึกษาเล่าเรียนของภิกษุสามเณร และเป็นค่าจตุปัจจัยอันควรแก่สมณบริโภค เป็นต้น วัดวาอารามที่ได้รับการทำนุบำรุงจากคนในสกุล ณ นคร ในลักษณะหลากหลายเหล่านี้มีมากมายหลายวัด เช่น วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, วัดพระนคร, วัดสระเรียง, วัดสวนป่าน, วัดมเหยงคณ์, วัดวังตะวันตก, วัดประดู่พัฒนาราม, วัดแจ้ง, วัดท่าโพธิ์วรวิหาร, วัดเพชรจริก, วัดคูพาย, วัดจังหูน (อำเภอเมือง), วัดมะนาวหวาน (กิ่งอำเภอช้างกลาง) และวัดเขาน้อย (อำเภอร่อนพิบูลย์) เป็นต้น
๒. การส่งเสริมการศึกษา คนในสกุล ณ นคร ได้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การบริจาคที่ดินสร้างโรงเรียน, ส่วนราชการทางการศึกษา, บริจาคทรัพย์เพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันให้นักเรียน, ทุนการศึกษาให้นักเรียน, ทุนการศึกษาในรูปของสื่ออุปกรณ์การเรียน, การสร้างครุภัณฑ์ให้แก่โรงเรียน เป็นต้น ดังเช่นที่ดินสร้างโรงเรียนวัดท่าม่วง ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช, ทุนการศึกษา และอาหารกลางวัน โรงเรียนอนุบาลจังหวัดนครศรีธรรมราช (ณ นคร อุทิศ) ห้องประชุมโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะทุนการศึกษาซึ่งจัดให้แก่นักเรียนโรงเรียนต่างๆ เป็นประจำทุกปีนั้น มีจำนวนปีละไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)
๓. การส่งเสริมและสืบสานศิลปวัฒนธรรม คนในสกุล ณ นคร มีส่วนสำคัญในการส่งเสริม และสืบสานศิลปวัฒนธรรมทั้งในรูปของการบริจาคทรัพย์ วัตถุสิ่งของอันทรงคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมให้แก่ส่วนราชการและการเป็นกำลังหลักในการประสานงาน เพื่อจัดดำเนินการให้มีกิจกรรมทางวัฒนธรรมให้มีองค์กรหน่วยงานปฏิบัติการส่งเสริมและสืบสานศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การบริจาคทรัพย์ และวัตถุสิ่งของอันทรงคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมของสกุล ณ นคร ให้เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นคุณูปการอย่างสูงส่ง คุณชุมพล คชวงศ์* (*คุณชุมพล คชวงศ์ ผู้ให้สัมภาษณ์ คุณพลสุข พูนพิพัฒน์ ผู้สัมภาษณ์ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔) เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวสรุปว่า คนในสกุล ณ นคร โดยเฉพาะคุณพร้อม ณ นคร ได้บริจาควัตถุสิ่งของซึ่งเป็นมรดกอันล้ำค่าให้เป็นสมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราชหลายรายการ คิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาท และเป็นกำลังหลักในการประสานงานเพื่อดำเนินการให้มีกิจกรรมทางวัฒนธรรม ให้มีองค์กรหน่วยงานปฏิบัติการส่งเสริม และสืบสานศิลปวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรมขึ้น ณ สถาบันราชภัฎนครศรีธรรมราช ในปัจจุบัน เป็นต้น
๔. งานสาธารณสุข คนในสกุล ณ นคร ได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมการสาธารณสุขในจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยการบริจาคที่ดินเพื่อการสร้างอาคาร บริจาคทรัพย์เพื่อการก่อสร้างอาคาร และครุภัณฑ์การแพทย์หลายแห่ง เช่น ที่ดินก่อสร้างสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานควบคุมโรคติดต่อเขต ๑๑ บริจาคเงินเพื่อก่อสร้างอาคาร และครุภัณฑ์การแพทย์โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ กองทัพภาคที่ ๔ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นต้น
๕. การสาธารณกุศลอื่นๆ คนในสกุล ณ นคร ได้บำเพ็ญตนเพื่อสาธารณกุศล และกุศลอื่นๆ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวมาแล้วอีกหลายลักษณะ เช่น การบริจาคที่ดินเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ การบริจารทรัพย์ให้แก่ส่วนราชการ และมูลนิธิ เพื่อใช้เป็นสาธารณกุศล เป็นต้น ได้แก่ การบริจาคที่ดินจัดทำเป็นสวนหลวง ร.๙ ในโอกาสเฉลิมพระชนมายุครบ ๖๐ พรรษา ณ พื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอพรหมคีรี การบริจาคเงินสมทบ มูลนิธิ มหามกุฎราชวิทยาลัย ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิรามาธิบดี มูลนิธิวิทยาลัยสงฆ์ ภาคทักษิณ และกิจการสภากาชาดไทย เป็นต้น
เฉพาะคุณูปการของ คุณพร้อม ณ นคร แต่เพียงผู้เดียว จังหวัดนครศรีธรรมราชเคยสำรวจพบว่า ท่านได้สร้างคุณประโยชน์แก่จังหวัดนครศรีธรรมราชในรูปลักษณ์ดังที่กล่าว คิดเป็นเงินเกือบ ๘๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (แปดสิบล้านบาท)

คุณประทีป ณ นคร ผู้เป็นน้องชายของ คุณพร้อม ณ นคร

หลังสิ้นบุญคุณพร้อม ณ นคร ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๔ คุณประทีป  ณ นคร ได้สืบสานเจตนารมณ์ในการปฏิบัติเกื้อกูลการกุศลต่างๆ ในฐานะประธานมูลนิธิสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์สืบมา โดยท่านได้บริจาคเงิน และทรัพย์สินเพื่อการบูรณะอาคารสิ่งก่อสร้างทางพระพุทธศาสนา และสาธารณประโยชน์ต่างๆ ท่านได้เสียสละทรัพย์สินส่วนตัว เพื่อกิจการสาธารณะกุศล และมอบทุนการศึกษาแก่ลูกหลานในสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ ตลอดจนนักเรียนเรียนดีแต่ขาดแคลนในจังหวัดนครศรีธรรมราชมาโดยตลอดทุกๆ ปี นับได้ว่าท่านสร้างคุณูปการต่อจากพี่สาวอย่างดียิ่ง
คุณประทีป ณ นคร เมื่อมาอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชนต้นตระกูลอย่างบริบูรณ์ ดังเช่นบรรพบุรุษเคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากเรื่องใดเกี่ยวเนื่องกับการทำบุญทำกุศลแล้วท่านไม่เคยขัดศรัทธา การบริจาคของท่านที่รวบรวมไว้ส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการศึกษาของลูกหลานเยาวชนเป็นหลัก คุณงามความดีของท่าน จึงเป็นสิ่งซึ่งญาติพี่น้องในสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ ต่างระลึกนึกถึง และจารึกฝั่งแน่นในจิตใจตลอดมา
สิ่งสำคัญที่ท่านได้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์ก่อนจากไป คือ ได้บริจาคเงินร่วมกับคุณพร้อม ณ นคร และคุณเสาวลักษณ์  ณ นคร พี่สาวทั้งสองของท่าน เพื่อสร้างอนุสาวรีย์ของเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราชชาติเดโชไชย มไหสุริยธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ไว้ทางด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับคนในสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ อันประกอบด้วย โกมารกุล ณ นคร และจาตุรงคกุล รวมทั้งสำหรับประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช และประชาชนชาวไทยสืบไป และท่านยังได้บริจาคทุนทรัพย์เพื่อบูรณะซ่อมแซมปรับปรุงฮวงซุ้ยบรรจุศพของท่านก๋ง (แต้อ๋อง) ท่านพ่อตาของพระเจ้าขัตติราชนิคม สมมติมไหสวรรย์ พระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) ณ โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา อย่างสวยงาม เพื่อให้ลูกหลานอนุชนคนรุ่นหลังได้สักการะบูชาเซ่นไหว้จวบจนปัจจุบัน

คุณสมใจ ณ นคร ผู้เป็นภรรยาของ คุณประทีป ณ นคร

เมื่อคุณประทีป ณ นคร ถึงแก่กรรมในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ คุณสมใจ ณ นคร ผู้เป็นภรรยา ได้รับหน้าที่ทำนุบํารุงวงศ์สกุล และทำบุญบําเพ็ญกุศลแก่บรรพชนสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นประจำในทุกๆ ปี สืบเนื่องมา
คุณสมใจ ณ นคร ปัจจุบันท่านเป็นประธานมูลนิธิสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ ต่อจากคุณประทีป ณ นคร ท่านถือเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้หลักผู้ใหญ่ในวงศ์สกุล ให้การอนุเคราะห์ส่งเสริมญาติพี่น้องลูกหลานในสกุล ให้การช่วยเหลือสังคม จรรโลงพระพุทธศาสนา และสร้างเสริมเกียรติคุณให้แก่วงศ์สกุล ดังปรากฏชัดจากงานปรับปรุง เก๋งจีน วัดประดู่ (ซึ่งปัจจุบันได้รับการรับรองจากกรมศิลปากรว่าเป็นสถานที่บรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และอัฐิเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) แล้ว) และหอพระอัฐิ และอัฐิบรรพชน สกุล ณ นคร ที่สำเร็จลุล่วงด้วยดีในยุคสมัยของท่าน ด้วยความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจาก ดร.ชินเวศ สารสาส หลานยาย คุณสาย (ณ นคร) กำเนิดกาญจน์ ธิดา พระยานครกุลเชษฐ์มเหศรภักดี (เอียด ณ นคร) กับท่านผู้หญิงจีบ (ปัจฉิม)
คุณสมใจ ณ นคร ท่านถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในวงศ์สกุล ที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับสายเมืองนครมายาวนาน ท่านสมรสกับคุณประทีป ณ นคร เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๐๒ ณ ตึกใหญ่ บ้านมหาโยธิน โดย นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) เป็นเจ้าภาพจัดพิธีแต่งงานให้อย่างสมเกียรติ ซึ่ง คุณสมใจ ณ นคร ถือเป็นมงคลสูงสุดแห่งชีวิตมาจนถึงปัจจุบันโดยไม่ลืมเลือน
ความผูกพัน เคารพรัก ระหว่างคุณสมใจ ณ นคร กับ นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) มีมาอย่างยาวนาน ท่านรับใช้ใกล้ชิดท่านเจ้าคุณเปรียบดังลูกหลาน เคารพบูชาท่านเจ้าคุณเหนือสิ่งอื่นใด จนท่านเจ้าคุณออกปากขอคุณประทีป กับคุณพร้อม ณ นคร (พี่สาวคุณประทีป) ให้คุณสมใจ (เสาวภา) มาเป็นสะใภ้ เพราะท่านอยากจะเรียกใช้คุณสมใจได้อย่างเต็มปาก ในฐานะ "ณ นคร" อย่างเต็มภาคภูมิ ถือเป็นความรัก และความเมตตาของ นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) อย่างหาที่สุดมิได้ ดังปรากฏความผูกพันจากล็อกเก็ตล้อมเพชรรูป นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ที่มอบให้คุณสมใจ ณ นครไว้เป็นของขวัญวันรับไหว้งานแต่งาน ซึ่งคุณสมใจสวมใส่ติดตัวไว้ระลึกถึงพระคุณท่านจวบจนกระทั่งปัจจุบัน และนี่เองถือเป็นความผูกพันธ์อย่างลึกซึ้งที่คุณสมใจ ณ นคร ได้รับมาตั้งแต่สมัย นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร), คุณพร้อม ณ นคร และคุณประทีป ณ นคร ท่านจึงถือเป็นผู้สืบทอดปณิธานจากบรรพชนอย่างเหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน
รูปคุณสมใจ ณ นคร ประธานมูลนิธิสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ ถ่ายกับ นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) และคุณประทีป ณ นคร ในวันรดน้ำสังข์ คุณสมใจ และคุณประทีป ณ นคร เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๒ ณ ตึกใหญ่ บ้านมหาโยธิน ซึ่งเป็นการจัดพิธีแต่งงานอย่างใหญ่โตเพียงครั้งเดียว ณ บ้านมหาโยธิน บ้านที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชทานให้แก่ นายพลเอก เจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต โดยวันงานท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ได้ให้คนเชิญ นายอำเภอ มาทำการจดทะเบียนสมรสให้ถึงที่บ้านในครั้งนั้น โดยมี พระยาเสนีย์ณรงค์ฤทธิ์ สามี ท่านผู้หญิงโพยม เสนีณรงค์ฤทธิ์ (ธิดาท่านเจ้าพระยาบดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร)) และ นายพันเอก ขุนศรีศรศาสตร์ สามี คุณเอียด ศรีศรศาสตร์ (น้องสาวคุณพร้อม ณ นคร) ลงนามเป็นพยานผู้ทรงเกียรติ
คุณูปการของ สกุล ณ นคร ต่อจังหวัดนครศรีธรรมราชดังกล่าวมาแล้วแต่พอสังเขป ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า สกุลนี้มีกุศลเจตนาในการสร้างสรรค์สิ่งดีงามต่อบ้านเกิดเมืองนอนของบรรพชน ตามศักยภาพอย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอดมา อันควรแก่การนำเอาแนวทางนี้ไปประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่าง เพื่อการดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างสันติสุข ด้วยครรลองแห่งการเกื้อกูลพึ่งพารักใคร่ และแบ่งปันซึ่งกันและกันอันควรแก่กรณี เพื่อประโยชน์สุขของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยส่วนรวมสืบไปตลอดกาลนาน

 

งานทำบุญบรรพบุรุษ วันพุธที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมสกุล ณ นคร โดยมี พล.ร.อ.นพ.สุริยา ณ นคร เป็นประธานจัดงาน

 งานทำบุญบรรพบุรุษ วันศุกร์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๙ ณ วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมสกุล ณ นคร โดยมี พล.ร.อ.นพ.สุริยา ณ นคร เป็นประธานจัดงาน

ความดีงามของการรักพงษ์วงศ์สกุล ด้วยการร่วมแรงร่วมใจ สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นแก่หมู่คณะ เป็นความตั้งใจอย่างแรงกล้าของประธานมูลนิธิสกุล ณ นคร และสายสัมพันธ์ คือ คุณสมใจ ณ นคร นับเนื่องสืบต่อจากประณิธานของอดีตประธานมูลนิธิฯ ผู้ก่อตั้ง คือ คุณพร้อม ณ นคร ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๐๔ ที่ประสงค์ให้ญาติมิตรในสายสกุล อันประกอบด้วย โกมารกุล ณ นคร, ณ นคร และจาตุรงคกุล ได้มีส่วนร่วมในการบูชาคุณบรรพชน

นับตั้งแต่องค์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี, เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู), เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์), เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย), เจ้าพระยามหาศิริธรรม (เมือง หรือน้อยใหญ่), เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง), พระยาเสน่หามนตรี (น้อยเอียด) และทายาทท่านอื่นๆ อันเป็นบุตรธิดาของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ทั้งหมดทั้งสิ้น

บัดนี้นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้รวมกลุ่มสายสัมพันธ์ อันประกอบด้วย โกมารกุล ณ นคร, ณ นคร และจาตุรงคกุล โดยท่านผู้หลักผู้ใหญ่ในสกุล อันได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร, พล.ร.อ.นพ.สุริยา ณ นคร, พล.ร.ท.ดร.วิทวัส ณ นคร, ผศ.ดร.ปิยพร ณ นคร ตลอดจนคุณสันติ ณ นคร ผู้ร่วมก่อนตั้งชมรมสกุล ณ นคร ซึ่งถือเป็นสายใยที่ได้ช่วยกันทำให้ภาพความประทับใจ และความสัมพันธ์เหล่านี้เกิดขึ้น ขอให้ญาติมิตรในสกุลเรา อันประกอบด้วย โกมารกุล ณ นคร, ณ นคร และจาตุรงคกุล เหนี่ยวแน่มั่นคงในกลุ่มวงศ์ต่อไป เพื่อความเจริญรุ่งเรืองแห่งชื่อเสียงเกียรติยศเกียรติคุณของบรรพบุรุษที่ลูกหลานเราจะได้ร่วมกันภาคภูมิใจสืบไป

 

 

Visitors: 8,071