๑. สายสกุลโกมารกุล ณ นคร

ภาพที่ ๑ ภาพพระยาอภัยพิพิธ (หนูกลาง) กรมท่า เดิมเป็นพระยาบำเรอบริรักษ์ จางวางมหาดเล็กในพระบวรราชวัง พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ชั้นที่ ๔ สายสกุลโกมารกุล ณ นคร บุตรเจ้าพระยามหาศิริธรรม (น้อยใหญ่) หลานปู่เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย)

 

ภาพที่ ๒ ภาพมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาพลเทพ นามเดิม ชิต (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เฉลิม) ชั้นที่ ๕ สายสกุลโกมารกุล ณ นคร เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๒๐ (ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙) เป็นบุตรของ พระยาศรีสรราชภักดี (หนูเล็ก โกมารกุล ณ นคร) กับ คุณหญิงเล็ก ศรีสรราชภักดี (ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ วร บุนนาค และ ท่านผู้หญิงอิ่ม) ท่านมีพี่น้อง ดังรายนามต่อไปนี้

- นายพลพ่าย (ชวน โกมารกุล ณ นคร)

- หม่อมย้อย ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา ในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช

- คุณเอี่ยม บุนนาค

- นายฉันท์ โกมารกุล ณ นคร

- คุณหญิงราชสมบัติ (เยื้อน บุรานนท์)

- พระศรีไกรลาศ (เชื้อ โกมารกุล ณ นคร)

- เจ้าพระยาพลเทพ

- นายฉาย โกมารกุล ณ นคร

- คุณเยียน โกมารกุล ณ นคร

- นางประพัทธ์สุรพงษ์ (ยิ้ม บุนนาค)

เมื่อเยาว์วัย ได้ศึกษาในขั้นแรก ในสำนักเรียนพระศาสนโสภณ (อ่อน) วัดพิชัยญาติการาม ธนบุรี จน พ.ศ.๒๔๓๙ จึงได้ตามเสด็จ สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุขฯ ไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ ได้ศึกษาอยู่เป็นเวลา ๕ ปี เดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๓

ในปีที่กลับถึงเมืองไทย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชการ ในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ในตำแหน่งผู้ช่วยนายเวร ในกรมตรวจ และกรมสารบัญชี เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๔๓ และได้เลื่อนเป็นนายเวรบัญชีคลังหัวเมือง ในปีถัดมา

ถึง พ.ศ.๒๔๔๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปรับราชการในตำแหน่งข้าหลวงสำรวจการพระคลัง มณฑลพายัพ ได้ออกไปปฏิบัติราชการ ณ ที่นั้น เกือบ ๕ ปี จึงย้ายกลับมากรุงเทพฯ เพื่อรับตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดี กรมตรวจ และกรมสารบัญชี

ถึง พ.ศ.๒๔๕๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นอธิบดีกรมเก็บ ในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ จนเมื่อ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ.๒๔๕๘ ก็ได้เป็น อธิบดีกรมตรวจ และสารบัญชี ในที่สุด (กรมตรวจ และสารบัญชีนี้ ต่อมาได้ขนานนามใหม่ว่า กรมบัญชีกลาง) นอกจากนี้ ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้งเป็น องคมนตรี ด้วย

ท่านได้รับราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ มาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และด้วยปรีชาสามารถ จนได้เป็นกรรมการสภาการคลัง และอธิบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ ทรงเล็งเห็นว่า มีความสามารถที่จะทำการในตำแหน่งอันสูง ณ กระทรวงอื่นๆ ได้ จึงมีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่ง เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ ตั้งแต่ เดือน เมษายน พ.ศ.๒๔๖๖ ซึ่งท่านก็ได้รับราชการฉลองพระคุณด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จนกราบถวายบังคมลาออกจากราชการ ด้วยเหตุสุขภาพไม่สมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๓

อนึ่ง เมื่อมีการพระราชทานนามสกุลนั้น เจ้าพระยาพลเทพ เมื่อยังเป็นที่ พระยาไชยยศสมบัติ ได้เป็นผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทานนามสกุล จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยผู้หนึ่ง ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานว่า "โกมารกุล ณ นคร" (เขียนเป็นตัวอักษรโรมันว่า Koma^rakul na Nagara) สำหรับผู้สืบสายลงมาจาก เจ้าพระยามหาศิริธรรม (เมือง ณ นคร) นับเป็นนามสกุลที่ ๒๕๓ ของประเทศไทย

ภายหลังออกจากราชการแล้ว ท่านเจ้าพระยาพลเทพ ก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบ ณ บ้านเลขที่ ๑๔๗ เยื้องตลาดแขก ตำบลขนุนกวน อำเภอบางยี่เรือ จังหวัดธนบุรี ซึ่งเป็นบ้านเก่าของตระกูล ตกทอดมาจากเจ้าพระยามหาศิริธรรม (เมือง ณ นคร) ปู่ของท่าน (ซึ่งรับพระบรมราชโองการให้ย้ายจากนครศรีธรรมราช มารับราชการที่กรุงธนบุรีฯ และเลือกที่ดินผืนนี้ เพื่อให้อยู่ใกล้พระราชวังเดิม) แวดล้อมไปด้วยญาติๆ และบรรดาข้าราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ และกระทรวงเกษตราธิการ ที่ท่านรับอุปการะ เป็นที่น่าเสียดายว่าบ้านหลังดังกล่าว ภายหลังเมื่อท่านถึงอสัญกรรมแล้ว ทายาทได้ขายให้ทางราชการไป กลายสภาพมาเป็นสถาบันราชภัฎธนบุรี ดังที่เห็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ท่านยังมีใจที่ใฝ่ในการกุศลอย่างแรงกล้า ได้บำรุงและก่อสร้างศาสนสถานตามวัดต่างๆ เช่นที่วัดอนงคาราม และวัดบุปผาราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัดบุปผารามนั้น มีหลายสิ่ง ที่ยังปรากฏจนปัจจุบัน คือ หอระฆัง และกลอง มีนามว่า "หออาณัติ" ซึ่งท่านสร้างอุทิศแก่ วราภา โกมารกุล ณ นคร ธิดาคนเล็ก ของท่าน ซึ่งถึงแก่กรรมแต่เยาว์วัย กับสร้างสนามหญ้าหน้าโรงเรียนปริยัติธรรมสินสุขะนิธิ (สนามนี้ปัจจุบันไม่มีแล้ว) กับยังรับอุปฐากภิกษุสามเณรในวัด นับแต่ พระอโนมคุณมุนี (กล่อม อนุภาสเถระ) เจ้าอาวาส ลงไป และเมื่อมีเวลาว่างยังพอมีกำลังเดินไปวัดได้ ก็อาจจะให้มีการประชุม นิมนต์สามเณรเล็กๆ มาโต้ธรรมวาที

นอกจากนี้ ท่านยังพยายามให้มีการแปลหนังสือธรรมะบางฉบับจากภาษาต่างประเทศ มาเป็นภาษาไทยด้วย เช่น นิมนต์พระพม่า วัดปรก มาสนทนาธรรมกับนายบุญมั่น โดนให้ นายบุญมั่น ถาม และพระพม่า วิสัชนา มีชวเลข คอยจด จนได้ออกเป็นหนังสือ ชื่อ "ทำไมมนุษย์จึงเคารพนับถือพระพุทธเจ้า" เล่มหนึ่ง กับเมื่อก่อนจะถึงอสัญกรรม ยังได้มอบให้หลวงไพจิตรวิทยาการ (หม่อมหลวงไพจิตร สุทัศน์) แปลหนังสือธรรมะ ชื่อ Buddhist Meditation ของ G. Constant Lounsbery ขึ้นอีกเล่มนึง ซึ่ง สุชีโว ภิกขุ ( สุชีพ ปุญญานุภาพ ) ให้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า "การบำเพ็ญฌานทางพระพุทธศาสนา" ยังคงเป็นหนังสือที่มีค่าในทางการศึกษาพุทธศาสนามาจนทุกวันนี้

งานอดิเรกของท่านนอกจากบำรุงพระศาสนาแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่ง เช่น ต่อจิ๊กซอว์, ฟังวิทยุคลื่นสั้นจากต่างประเทศ เช่น บีบีซี และ ออลอินเดียเร และที่สำคัญซึ่งท่านรักมาก คือ การเลี้ยงนกเขาชวา โดยมี พระศรีไกรลาศ และ ขุนสฤษดิ์รังวัดการ เป็นผู้ดูแลให้ท่าน

ท่านเจ้าพระยาพลเทพ เริ่มป่วยด้วยความชราภาพ ตั้งแต่เดือน สิงหาคม พ.ศ.๒๔๘๙ ได้เชิญนายแพทย์ที่เชี่ยวชาญมาทำการรักษาพยาบาล แต่อาการก็ทรงและทรุดเรื่อยมา แต่ในยามมีทุกขเวทนานั้น ท่านก็สามารถระงับความเจ็บปวดได้จากธรรมะ ที่ท่านได้เพียรศึกษาและปฏิบัติมาเสมอ จนที่สุดได้ถึงอสัญกรรม เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๙ เวลา ๒๓.๒๕ นาที

(((ได้รับพระราชทานโกษฐ์ไม้สิบสอง))) ประกอบศพ เป็นเกียรติยศ ตั้งบำเพ็ญกุศล ณ บ้านตำบลตลาดแขก จนถึงวาระได้รับพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุ วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๐

อ้างอิงจาก : https://th.wikipedia.org/wiki/เจ้าพระยาพลเทพ_(เฉลิม_โกมารกุล_ณ_นคร)

 

Visitors: 8,071